การพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพโรคเขตร้อน โรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่

시작하기. 무료입니다
또는 회원 가입 e메일 주소
การพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพโรคเขตร้อน โรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่ 저자: Mind Map: การพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพโรคเขตร้อน โรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่

1. ระยะของการติดเชื้อ

1.1. ระยะรับเชื้อ

1.2. ระยะแบ่งตัวของเชื้อ

1.3. ระยะฟักตัว

1.4. ระยะที่มีอาการนำ

1.5. ระยะลุกลาม

1.6. ระยะการอักเสบลดลง

1.7. ระยะพักฟื้น

2. นิยามศัพท์

2.1. Carrier = มีเชื้อโรคอาศัยแต่ไม่แสดงอาการ

2.2. Host = คนหรือสัตว์เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของโรค

2.3. Quarantine = การควบคุมหรือกักกันผู้สัมผัสโรค

3. ความหมาย

3.1. Communicable diseases = โรคที่เกิดจากเชื้อหรือตัวพิษของเชื้อได้แก่ ไวรัส รา แบคทีเรียและปรสิต แพร่กระจายจากแหล่งโรคไปสู่แหล่งรับเชื้อ

3.2. Tropical disease= โรคที่เฉพาะเขตร้อนมีแมลง เช่น ยุง แมลง หนูเป็นพาหะหรือตัวนำโรค

3.3. emerging infections disease=โรคเชื้ออุบัติใหม่

4. transmission

4.1. Direct contact=สัมผัสกับเชื้อของผู้ป่วยโดยตรง

4.2. indirect contact=สัมผัสทางอ้อม

4.3. Dropplet transmission=การกระจายโดยฝุ่นละอองฝอยมากกว่า 5 ไมครอน

4.4. Airborne transmission=การกระจายโดยฝุ่นละอองฝอยน้อยกว่า5ไมครอน

4.5. Victor borne transmission=แมลงเป็นพาหะ

5. Malaria

5.1. ติดเชื้อโปรโตซัว

5.2. Victor transmission ,direct transmission

5.3. ไข้,ปวดหัว,อ่อนเพลีย,ปวดท้อง,ปวดกล้ามเนื้อ,หนาวสั่น,เหงื่อออก

5.4. PCR,Rapid diagnostic test,Thick and thin blood smear

5.5. ให้ยากันชัก,เจาะเลือดทุก6ชม.,ให้PCRถ้า HCT<24%, Hb<8g/dl

6. Dengue virus

6.1. ติดเชื้อไวรัส

6.2. Victor transmission

6.3. ระยะไข้

6.3.1. เบื่ออาหาร,ไข้สูง,n/v,หน้าแดง,มีผื่น

6.4. ระยะช็อค

6.4.1. ซึม,เหงื่อออก,ชีพจรเบา

6.5. ระยะฟื้น

6.5.1. อยากอาหาร,Bpสูง,ชีพจรเร็ว,ปัสสาวะมาก

6.6. การวินิจฉัย

6.6.1. ช็อค

6.6.2. Bleeding

6.6.3. เกลือดเลือดต่ำ

6.6.4. ไข้สูง

6.6.5. เลือดข้นขึ้น

6.6.6. Pain Right lower lobe

6.7. ระยะช็อค

6.7.1. ประเมิน v/s

6.7.2. งดอาหารดำแดง

6.7.3. ประเมินปริมาณปัสสาวะ

6.8. ระยะไข้สูง

6.8.1. ให้สารน้ำ24-48ชั่วโมง

6.8.2. เช็ดตัวลดไข้

6.8.3. ประเมินv/s

6.9. ระยะพักฟื้น

6.9.1. ประเมินสัญญาณชีพ

6.9.2. ประเมินภาวะน้ำเกิน

6.9.3. ประเมินปริมาณปัสสาวะ

6.9.4. แนะนำการดูแลตนเอง

7. Rabies

7.1. เชื้อไวรัส

7.2. อาการนำ

7.2.1. มีไข้ต่ำ ๆ ประมาณ 38-38.5 องศาเซลเซียส หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเดิน อาจมีอาการกระสับกระส่าย ลุกลี้ลุกลน

7.3. ระยะปรากฏอาการ

7.3.1. จะเกิดขึ้นภายหลังระยะอาการนำของโรคประมาณ 2-10 วัน ซึ่งในระยะนี้จะแบ่งอาการออกเป็น 3 แบบ1) แบบคลุ้มคลั่ง (Furious rabies) 2) แบบอัมพาต (Paralytic rabies) 3)แบบแสดงอาการไม่ตรงต้นแบบ (Non-classic)

7.3.2. 1) แบบคลุ้มคลั่ง (Furious rabies)

7.3.2.1. ไข้ สับสน เห็นภาพหลอน กระวนกระวาย ซึ่งจะเกิดบ่อยเมื่อถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้า เช่น แสง เสียง เป็นต้น มีอาการกลัวน้ำ

7.3.3. 2) แบบอัมพาต (Paralytic rabies)

7.3.3.1. แบบอัมพาต (Paralytic rabies) ผู้ป่วยมักมีอาการไข้ร่วมกับกล้ามเนื้อแขนขาและทั่วร่างกายอ่อนแรง มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ พบอาการกลัวน้ำและกลัวลมประมาณ 50% ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะเสียชีวิตช้ากว่าแบบคลุ้มคลั่ง คือ เฉลี่ยประมาณ 13 วัน

7.3.4. 3) แบบแสดงอาการไม่ตรงต้นแบบ (Non-classic)

7.3.4.1. แบบแสดงอาการไม่ตรงต้นแบบ (Non-classic) ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่ถูกค้างคาวกัด ในระยะแรกผู้ป่วยอาจมีอาการปวดประสาทหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ต่อมาจะมีอาการแขนขาซีกหนึ่งเป็นอัมพาตหรือชา มีอาการชักและการเคลื่อนไหวผิดปกติ แต่มักไม่พบอาการกลัวน้ำ กลัวลม และอาการผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติดังผู้ป่วยแบบคลุ้มคลั่ง

7.4. ระยะไม่รู้สึกตัว

7.4.1. ผู้ป่วยทุกรายไม่ว่าจะมีอาการแสดงแบบใดเมื่อเข้าสู่ระยะสุดท้ายนี้จะมีอาการหมดสติและเสียชีวิตจากระบบหายใจและไหลเวียนโลหิตล้มเหลว รวมทั้งหัวใจเต้นผิดจังหวะ ภายใน 1-3 วันหลังมีอาการไม่รู้สึกตัว

7.5. การวินิจฉัย

7.5.1. Direct fluorescent antibody test, RT-PCR

7.6. การพยาบาล

7.6.1. รักษาบาดแผลตามลักษณะของแผลที่ถูกกัด

7.6.2. ให้ยาปฏิชีวนะ

7.6.3. ฉีดยาป้องกันบาดทะยัก

8. Scrub Typhus

8.1. ติดเชื้อแบคทีเรียในกลุ่มริกเก็ตเซีย Rickettsia tsutsugamushi ( Rickettsia orientalis)

8.2. ระยะฟักตัว 3-21วัน

8.3. ขึ้นอยู่กับการรับเชื้อ

8.4. classical type

8.4.1. ไข้สูง,ต่อมน้ำเหลืองโต ,แผลคล้ายโดนบุหรี่,ตาแดงจี้

8.5. Mild type

8.5.1. ตับโต,มีผื่น

8.6. Sub clinical type

8.6.1. อาการไม่แน่นอน

9. อหิวาตกโรค

9.1. ติดเชื้อ vibrio cholera

9.2. ระยะฟักตัว 1-5วัน

9.3. ปวดท้อง , คลื่นไส้ ,ถ่ายเหลวหรือเป็นน้ำวันละหลายๆรอบ

10. Tetanus

10.1. ติดเชื้อแบคทีเรีย

10.2. ระยะฟักตัว7-21วัน

11. วัณโรค

11.1. Airborne transmission

11.2. สภาวะที่เอื้ออำนวยต่อการติดเชื้อ

11.2.1. จำนวนเชื้อโรคในอากาศ

11.2.2. ภูมิคุ้มกันของผู้สัมผัส

11.3. ไข้, เบื่ออาหาร,อ่อนเพลีย,น้ำหนักลด,ไอเสมหะมีเลือดออก

11.4. M. tuberculosis var hominis

11.5. M.bovis

11.6. M.africanum

11.7. M.microti

11.8. การวินิจฉัยโรค

11.8.1. ประวัติการสัมผัสโรค การตรวจเสมหะ ควรจะตรวจเสมหะอย่างน้อย 3 ครั้ง การ Tuberculin test การถ่ายรังสีปอด การตรวจหาเชื้อวัณโรคโดยวิธี RNA and DNA amplification

11.9. การปฏิบัติตนเมื่อเป็นวัณโรค

11.9.1. กินยาตามชนิดและขนาดที่แพทย์สั่งให้อย่างสม่ำเสมอจนครบกำหนด ควรงดสิ่งเสพติดทุกชนิด เช่น เหล้า บุหรี่ ฯลฯ สวมผ้าปิดจมูก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น เปลี่ยนผ้าปิดจมูกที่สวม บ่อยๆเพราะผ้าปิดจมูกเอง ก็เป็นพาหะได้เช่นกัน บ้วนเสมหะลงในภาชนะ หรือกระป๋องที่มีฝาปิดมิดชิด จัดบ้านให้อากาศถ่ายเทสะดวก ให้แสงแดดส่องถึงและหมั่นนำเครื่องนอนออกตากแดด

12. Maliodosis

12.1. ติดเชื้อ burkholderia pseudomallei ชนิด Gram-negative

12.2. Transmission

12.2.1. 1.Inhalation 2.Ingestion 3.Inoculation 4.Breast milk 5.Perinatal 6.Human to Human

12.3. Localized Infection

12.3.1. Localized pain or swelling Fever Ulceration, Cellulitis Abscess

12.4. Pulmonary Infection

12.4.1. Cough Chest pain High fever Headache Anorexia

12.5. Bloodstream Infection

12.5.1. Fever Headache Respiratory distress Abdominal discomfort Joint pain Disorientation

12.6. Disseminated Infection

12.6.1. Fever Weight loss Stomach or chest pain Muscle or joint pain Headache Seizures

12.7. การรักษา/การพยาบาล

12.7.1. Surgical drainage การให้ยาปฏิชีวนะ การให้สารน้ำตามแผนการรักษา

12.8. ระยะฟักตัว1ถึง21วันเฉลี่ยประมาณ9วัน